👘ลวดลายและกรรมวิธีการทอ ✂
การทอผ้าจกด้วยเทคนิคโบราณ ✂
การทอผ้าตีนจกของช่างทอผ้าชาวเมืองลองในอดีต เป็นการทอผ้าด้วยกี่หรือหูกทอผ้าแบบพื้นเมือง และทำลวดลายบนผืนผ้า โดยการใช้ขนเม่นหรือไม้ไผ่ ที่ทำปลายให้แหลมจกล้วงด้ายเส้นยืนจากด้านหลังของผ้า การทอด้วยวิธีดังกล่าวจะต้องอาศัยฝีมือ ความชำนาญและความอดทนของช่างทอผ้าจึงจะได้ผ้าที่สวยงาม (วิไลภรณ์, 2542) เทคนิคการทอผ้าตีนจกแบบโบราณได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่มีช่างทอผ้าเพียงบางคนเท่านั้น ที่สามารถทอผ้าด้วยวิธีนี้ เนื่องจากความยากของการทอและต้องใช้เวลานานกว่าที่จะทอได้แต่ละผืน ราคาของผ้าจึงแพงหาตลาดได้ยาก ช่างทอผ้าตีนจกเมืองลองโดยทั่วไปจึงไม่นิยมทอด้วยเทคนิคแบบโบราณนี้ (ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ โรงเรียนนารีรัตน์, 2538)การทอผ้าจกด้วยเทคนิคสมัยใหม่
ความนิยมและความต้องการซิ่นตีนจกของบุคคลภายนอก ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไม่กี่ปีจนถึงปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แต่ด้วยลักษณะการผลิตแบบเดิมของตีนจกต้องใช้ ระยะเวลานานมากในการทอแต่ละผืน (วิสมัย และเพยาว์, 2538; ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ โรงเรียนนารีรัตน์, 2538) นางประนอม ทาแปง ราษฎรบ้านนามน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นคนช่างคิดช่างทดลอง จึงคิดค้นหาวิธีการย่นระยะเวลา ในการจกผ้าโดยใช้ “เหา” หรือ “เขา” ได้สำเร็จเป็นคนแรกของอำเภอลองและจังหวัดแพร่ นอกจากนี้ยังคิดค้นวิธีออกแบบลายผ้าต่าง ๆ ทั้งลายโบราณและลายประยุกต์ เพื่อใช้กับเขาลาย ทำให้ย่นเวลาในการทอผ้าได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังง่ายต่อการทอของลูกทออีกด้วย (ทบวงมหาวิทยาลัย, 2541; ลำเดือน และวิฑูรย์, 2541)
การทอแบบอำเภอลอง โดยการใช้เขานี้ ชาวบ้านจะเรียกผ้าจกที่ได้ว่า “จกยกเขา” คือเป็นการใช้ลวดลายของตีนจก แต่ทอด้วยการนำเขามายกลาย (วิสมัย และเพยาว์, 2538) แต่ขั้นตอนสุดท้ายก็ยังต้องใช้มือ คือการ หยอดสี” หรือเพิ่มเส้นด้ายสีเข้าไปตามจุดที่ต้องการ โดยใช้การจกด้ายเส้นยืนด้วยขนเม่น หรือไม้แหลมเพียงบางส่วน เพื่อให้ได้ลายที่สวยงาม (ทรงศักดิ์ และแพทรีเซีย, 2536; ไมตรี, 2540) เมื่อมีการนำเอาเทคนิคยกเขามาใช้กับการทอจก ซึ่งทำผ้าซิ่นโดยยกเส้นด้ายยืนในส่วนที่เป็นลายหลักและลายประกอบบางส่วนนั้น ช่วยย่นระยะเวลาการผลิตให้รวดเร็วขึ้น คือสามารถทอได้รวดเร็วกว่าการจกด้วยมือถึง 4-5 เท่า (ลำเดือน และวิฑูรย์, 2541) คุณสมบัติ ดังกล่าวนี้เองที่ทำให้การยกเขาตีนจกถูกใช้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากสามารถพัฒนาเทคนิคการทอผ้าตีนจกให้ง่ายขึ้น โดยใช้ เขาฟืม ช่วยในการทำลวดลาย และใช้เวลาในการทอผ้าแต่ละผืนสั้นลงโดยคุณค่าของผ้าไม่ได้ด้อยลง ต้นทุนในด้านแรงงานจึงต่ำกว่าการใช้เทคนิคการจกแบบเดิม ตลาดของผ้าทอตีนจกเมืองลอง จึงขยายออกไปกว้างขวางเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้น (กรมศิลปากร, 2542)
- ลายหลัก นกกินน้ำร่วมต้น
ลายประกอบ ลายขอน้ำคุ ลายขันดอก ลายสะเปาขอคุ
ลายนกกินน้ำร่วมต้นสันนิฐานว่ามาจากลักษณะธรรมชาติของท้องถิ่นที่มีนกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มักมีการมีการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งแสดงได้ถึงการบ่งบอกถึงความสามัคคีกันของคนในชุมชนที่มีการทำงานรวมกัน เหมือนกับนกที่ร่วมกันกินน้ำร่วมกันจากน้ำต้น (คนโทใส่น้ำดื่ม) ได้โดยไม่มีปัญหาการทะเลาะกัน และจากรูปทรงของนกกินน้ำร่วมต้นจะเหมือนกันรูปร่างคนโทใส่น้ำ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันของคนในชุมชนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการนำรูปร่างของสิ่งที่มีในธรรมชาติและวิถีชีวิตเข้ามาใส่ในผ้าซิ่นและเครื่องนุ่งห่ม
ลายในผืนผ้าซิ่นตีนจกลายนกกินน้ำร่วมต้น มีดังนี้
- ลายหลัก โคมน้อยตุงชัย
ลายประกอบ ลายนกกินน้ำร่วมต้น ลายสะเปาขอคุ
ลายโคมน้อยตุงชัย เป็นลายที่นำมาจากวัฒนธรรมชองชุมชนที่ต้องมีการถวายโคมไฟ และตุง เพื่อเป็นพุทธบูชาให้กับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นความเชื่อโบราณที่ว่าหากได้มีการถวายของเหล่านี้แล้วจะได้บุญใหญ่ ซึ่งโคมและตุงถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นมงคลกับชีวิตของคนในชุมชนเป็นอย่างมากจึงได้มีการจำลองนำมาใส่ในผ้าซิ่นตีนจก เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับตัวเอง และผู้ทอด้วย




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น